เทศบาลของไทยพึ่งรายได้จากรัฐมากแค่ไหน เพิ่มรายได้ที่จัดเก็บเองด้วย Smart Tax เทคโนโลยีเพิ่มรายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

เคยตั้งคำถามหรือไม่ “หากวันหนึ่งเงินอุดหนุนหรือรายได้ที่รัฐจัดสรรลดลง เทศบาลจะยังมีงบประมาณเพียงพอในการพัฒนาเมืองหรือไม่”
ปกติแล้วเทศบาลจะมีรายได้จาก 3 แหล่งหลัก ๆ ได้แก่ รายได้ที่จัดเก็บเอง รายได้จากรัฐจัดสรร และเงินอุดหนุนจากภาครัฐ จากข้อมูลรายได้ของเทศบาล ปีงบประมาณ 2566 ของกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น จะสะท้อนให้เห็นว่า เทศบาลส่วนใหญ่พึ่งพารายได้จากภาครัฐเป็นหลัก
จากรายได้รวมของเทศบาล 251,366 ล้านบาท พบว่า รายได้ที่เทศบาลจัดเก็บเองมีเพียง 28,205 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากรัฐจัดสรรอยู่ที่ 108,189 ล้านบาท และเงินอุดหนุนจากภาครัฐอีก 114,972 ล้านบาท ซึ่งมากกว่ารายได้ที่เทศบาลจัดเก็บเองหลายเท่า แล้วหากในอนาคตนโยบายด้านงบประมาณเปลี่ยนแปลง หรือการจัดสรรงบประมาณมีข้อจำกัดมากขึ้น ศักยภาพในการบริหารเมืองและการให้บริการประชาชนอาจได้รับผลกระทบ
เมื่ออนาคตไม่แน่นอน การเพิ่มรายได้ที่เทศบาลจัดเก็บเองจึงสำคัญ
จากข้อมูลปีงบประมาณ 2566 จะพบว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือรายได้หลักที่เทศบาลจัดเก็บได้เองมีรายได้กว่า 15,408 ล้านบาท รองลงมาคือ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าปรับ รวมถึงรายได้จากทรัพย์สินตามลำดับ
ดังนั้น ในหลายพื้นที่ที่เมืองขยายตัว มีอาคารใหม่ สิ่งปลูกสร้างใหม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน หากเทศบาลสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการลดการตกหล่นของแปลงที่ดิน การสำรวจสิ่งปลูกสร้างให้ครบถ้วน หรือการปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ก็มีโอกาสเพิ่มรายได้ของท้องถิ่น

Smart Tax ช่วยเพิ่มรายได้ที่จัดเก็บเองให้เทศบาล
Smart Tax จาก เบดร็อค อนาไลติกส์ พร้อมช่วยเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยสำรวจ จัดเก็บ เชื่อมโยง วิเคราะห์ ไปจนถึงการประเมินภาษี เพื่อลดปัญหาที่หลายเทศบาลต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลแปลงที่ดินที่ไม่เป็นปัจจุบัน, สิ่งปลูกสร้างที่ยังสำรวจไม่ครบ, การใช้ประโยชน์ที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่ยังไม่ได้ปรับปรุงในระบบ, ข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่หลายหน่วยงาน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในการประเมินภาษี
โดยระบบภาษีอัจฉริยะ Smart Tax จะเริ่มจากการนำเทคโนโลยี Mobile Mapping, โดรน และภาพถ่ายดาวเทียม มาช่วยสำรวจพื้นที่อย่างครอบคลุม ทำให้ตรวจพบสิ่งปลูกสร้าง การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ และข้อมูลที่อาจตกหล่นได้รวดเร็วกว่าการสำรวจแบบเดิม จากนั้นเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง เพื่อวิเคราะห์ จัดระบบ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลแบบอัตโนมัติด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมสนับสนุนการประเมินภาษีด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ทำให้เทศบาลสามารถ
- สำรวจแปลงที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ครบถ้วนมากขึ้น แม้ในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก
- ลดการลงพื้นที่สำรวจซ้ำ
- เพิ่มความรวดเร็วในการสำรวจพื้นที่
- ลดการตกหล่นของฐานภาษี
- เพิ่มความถูกต้องของข้อมูลภาษี
- ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส
- ลดข้อโต้แย้งในการประเมินภาษี และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
- ลดภาระงานเอกสารและการสำรวจให้เจ้าหน้าที่
เมื่อภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นรายได้หลักที่เทศบาลสามารถบริหารจัดการได้เอง การมีระบบข้อมูลและประเมินภาษีที่ทันสมัยอย่าง Smart Tax จาก เบดร็อค อนาไลติกส์ ก็จะช่วยสร้างความมั่นคงทางการคลังของเทศบาล และเพิ่มศักยภาพในการพึ่งพารายได้ของตนเอง เพื่อให้ท้องถิ่นมีงบประมาณเพียงพอในการพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน
หากต้องการยกระดับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ สามารถติดต่อ เบดร็อค อนาไลติกส์ เพื่อขอคำปรึกษาและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่
ขอบคุณข้อมูล: