แนวคิดเศรษฐกิจโดนัท โมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต พร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน

ทรัพยากรด้านสิ่งแวดล้อม คือต้นทุนหนึ่งในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของเมือง ในหลายพื้นที่จึงประสบกับผลกระทบด้านคุณภาพอากาศที่แย่ลง ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนจนกลายเป็นภัยพิบัติที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ร้อนจัด หรือมลพิษทางอากาศที่กระทบต่อเศรษฐกิจ สุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น แล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเติบโต โดยไม่ทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ตนเอง
เบดร็อค อนาไลติกส์ ขอชวนมาทำความรู้จักกับ “แนวคิดเศรษฐกิจโดนัท (Doughnut Economics)" กรอบแนวคิดการพัฒนาเมืองที่ช่วยให้ท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนได้อย่างสมดุล
เศรษฐกิจโดนัท คืออะไร ทำไมท้องถิ่นควรรู้จัก
แนวคิด “เศรษฐกิจโดนัท หรือ Doughnut Economics” คือกรอบแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม นำเสนอโดย Kate Raworth นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) เพื่อตอบโจทย์โลกยุคใหม่ที่ต้องเผชิญทั้งความเหลื่อมล้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาเมือง ตั้งแต่การวางแผนพัฒนาเมือง การจัดการทรัพยากร ไปจนถึงการรับมือสภาพอากาศแปรปรวน
องค์ประกอบของแนวคิดเศรษฐกิจโดนัท
แนวคิดเศรษฐกิจโดนัทจะถูกเปรียบให้เหมือนขนมโดนัทหนึ่งชิ้น ที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย
1. รูตรงกลาง
ส่วนนี้จะแทนความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้ง 12 ด้าน ที่ทุกคนควรเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็น สุขภาพ อาหาร น้ำ พลังงาน การศึกษา รายได้ ความยุติธรรม ที่อยู่อาศัย เครือข่ายทางสังคม สิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น ความเป็นธรรมทางสังคม และความเท่าเทียมทางเพศสภาพ
2. ข้างนอกโดนัท
ข้างนอกโดนัทจะแทนปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากมนุษย์ใช้ทรัพยากรเพื่อความต้องการพื้นฐานของมนุษย์มากเกินไป จะนำไปสู่วิกฤตสิ่งแวดล้อม เช่น โลกร้อน มลพิษ ภัยพิบัติ และการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ
3. เนื้อโดนัท
เนื้อโดนัทแทนขีดจำกัดในการใช้ทรัพยากรของมนุษย์ เพื่อความยั่งยืน พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือพื้นที่แห่งความสมดุลระหว่างการตอบโจทย์ความต้องการและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน กับการใช้ทรัพยากรอย่างพอดี ซึ่งส่วนนี้คือเป้าหมายของแนวคิดเศรษฐกิจโดนัท ที่จะทำให้เมืองสามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโต คนกินดีอยู่ดี และสิ่งแวดล้อมก็ยังคงอยู่ได้ในระยะยาว

ท้องถิ่นจะสร้างเศรษฐกิจโดนัทได้อย่างไร
การขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจโดนัท ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าใจหลักการสำคัญ 3 ประการนี้ ก็สามารถสร้างจุดสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตของประชาชนและการดูแลสิ่งแวดล้อมได้
1. ทำให้ทุกคนเข้าถึงปัจจัยพื้นฐาน
จุดตั้งต้นของเศรษฐกิจโดนัทคือการทำให้ประชาชนเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำสะอาด อาหาร ที่อยู่อาศัย การดูแลสุขภาพ และการศึกษา เพราะหากพื้นฐานเหล่านี้ไม่เพียงพอและเท่าเทียม ก็จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและปัญหาอื่นตามมา โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงกว่าคนอื่น
2. ใช้ทรัพยากรอย่างรู้ขอบเขต
การพัฒนาเศรษฐกิจของเมือง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และให้ทุกคนเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานอย่างเพียงพอ จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่หลากหลาย รวมถึงการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งท้องถิ่นจะต้องมีบทบาทสำคัญในการควบคุมหรือจำกัดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นไปตามความเหมาะสม อยู่ในขอบเขตที่จะไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดโอกาสเกิดภัยพิบัติที่กระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตในระยะยาว เช่น การจัดการของเสีย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การออกนโยบายควบคุมมลพิษจากยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในภาคครัวเรือนและชุมชน
3. เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
หัวใจของเศรษฐกิจโดนัทคือการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตมากกว่าการเติบโตเชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว ท้องถิ่นจึงควรสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และน้ำ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดต้นทุนในระยะยาว แต่ยังเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตด้วย
ตัวอย่างแนวทางพัฒนาเมืองตามแนวคิดเศรษฐกิจโดนัท
เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ แนวคิดเศรษฐกิจโดนัทสามารถนำมาปรับใช้ในระดับท้องถิ่นได้จริง ผ่านการกำหนดนโยบายและการพัฒนาเมืองที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของคนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น
1. ออกแบบเมืองให้เติบโต โดยปล่อยคาร์บอนให้น้อยลง
สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจของเมือง เช่น การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงง่าย เพื่อลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง และการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
ตัวอย่างจากเมืองลีดส์ สหราชอาณาจักร ต้องการสร้างเมืองปลอดคาร์บอน เป็นมิตรกับธรรมชาติ และมีความยุติธรรมทางสังคม จึงมีการสร้างเครือข่ายทำกิจกรรมด้านรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขึ้นทุกเดือน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่น ธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็น แบ่งปันแนวคิด และตกลงหาทางแก้ปัญหาสำคัญที่เมืองกำลังเผชิญอยู่ร่วมกัน
2. สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น น้ำสะอาด ที่อยู่อาศัย และระบบสาธารณูปโภค ให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
ตัวอย่างจากเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย มีโครงการ Regen Melbourne ที่ตั้งเป้าว่าภายในปี พ.ศ. 2573 จะต้องเปลี่ยนแม่น้ำ Birrarung/Yarra จากแม่น้ำที่ปนเปื้อนจากการทิ้งขยะจำนวนมากและการตัดไม้ทำลายป่าให้กลายเป็นแม่น้ำที่สามารถว่ายน้ำได้ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานอย่างน้ำและสุขภาพ สำหรับการดำเนินการนั้นได้มีการปรับนโยบายหลายส่วนงานด้วยกัน ได้แก่ นโยบายด้านกฎหมาย สุขภาพของแม่น้ำ ธุรกิจและเงินทุน และการส่งเสริมการว่ายน้ำ
3. ส่งเสริมการบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน
การกำหนดมาตรฐานการบริโภคที่ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรง เช่น การสนับสนุนการใช้วัสดุรีไซเคิล การสนับสนุนให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ในตลาดในความดูแลของท้องถิ่น และการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว
ตัวอย่างจากอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองแรกที่ใช้โมเดลเศรษฐศาสตร์โดนัท ตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี พ.ศ. 2593 จะต้องนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ 100% (reuse) โดยจัดตั้งโครงการที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของเมืองทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ และให้ชุมชนทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อน
4. ใช้นโยบายท้องถิ่นหนุนธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ท้องถิ่นสามารถวางแผนกลยุทธ์ในการสร้างเมืองที่มีอากาศสะอาด พร้อมดึงดูดการลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการออกนโยบายสนับสนุนธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การจัดโซนธุรกิจสีเขียว การให้สิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อจูงใจให้ธุรกิจลักษณะนี้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ ซึ่งแนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต
แนวคิดเศรษฐกิจโดนัท (Doughnut Economics) คือทางเลือกใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม และรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนได้อย่างยั่งยืน
ขอบคุณข้อมูล:
https://doughnuteconomics.org/
https://www.kateraworth.com/doughnut/
https://www.leeds.ac.uk/online-courses-blog/22893/what-is-doughnut-economics
https://www.amsterdam.nl/en/policy/sustainability/circular-economy