Digital Economy เศรษฐกิจแบบใหม่ โอกาสทางรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Digital Economy หรือ เศรษฐกิจดิจิทัล คือรูปแบบเศรษฐกิจที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าให้กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่การผลิต การค้า การขนส่ง การให้บริการ การจำหน่าย การชำระเงิน ไปจนถึงการบริหารจัดการข้อมูล ตัวอย่างเช่น การซื้อขายสินค้าออนไลน์ การชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล การใช้โดรนขนส่งสินค้า หรือการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในภาคธุรกิจและบริการต่าง ๆ
สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น Digital Economy เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การส่งเสริมทักษะของคนในพื้นที่ การยกระดับบริการภาครัฐ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและนวัตกรรม ซึ่งเมื่อท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะส่งผลดีต่อการพัฒนาเมืองได้หลายมิติ ดังต่อไปนี้
1. สร้างงานให้คนในชุมชน
เศรษฐกิจดิจิทัลช่วยสร้างอาชีพใหม่ให้กับคนในท้องถิ่น โดยเฉพาะสายอาชีพด้านเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่คนรุ่นใหม่ในท้องถิ่นจะได้ใช้ความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยพัฒนาสินค้าและบริการตั้งแต่การวางแผน พัฒนา กระบวนการผลิต ไปจนถึงการจำหน่าย และการประชาสัมพันธ์ โดยไม่จำเป็นต้องย้ายไปทำงานต่างถิ่น
2. สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น
เมื่อ Digital Economy ส่งผลให้ในพื้นที่มีการลงทุนที่หลากหลายและมีมูลค่าสูง พื้นที่ในชุมชนจะถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า รายได้ของท้องถิ่นก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ภาษีป้าย, ค่าอากร, ค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาต, ค่าธรรมเนียมอื่น เป็นต้น นอกจากนี้ ยังอาจได้รับเงินอุดหนุนจากภาคส่วนอื่นเพิ่มเติมด้วย ทำให้ท้องถิ่นมีรายได้และงบประมาณนำไปพัฒนาเมืองได้อย่างรวดเร็วตามที่หวังไว้
3. เกิดพื้นที่แห่งความเรียนรู้
ด้วยความที่ Digital Economy เป็นสิ่งใหม่ ทำให้คนในพื้นที่เกิดการเรียนรู้ ทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ต้องอบรมหรือศึกษาเพิ่มเติม ประชาชนที่ต้องเรียนรู้ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งเมื่อคนในท้องถิ่นทุกกลุ่มมีทักษะและความรู้ในเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลแล้ว พื้นที่นี้ก็จะกลายเป็นท้องถิ่นต้นแบบหรือศูนย์การเรียนรู้ต่อไปนั่นเอง
4. เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ
Digital Economy เป็นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่จะลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่ามหาศาล หากมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ เช่น การขายสินค้าบนช่องทางออนไลน์ ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการทางช่องทางออนไลน์ ซึ่งเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการของเราออกสู่สายตาตลาดโลก, การประชุมการทำงานผ่าน Video Call เพื่อลดเวลาการเดินทาง รวมทั้งยังเปิดโอกาสการลงทุน และเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ ในการพัฒนาหรือเพิ่มมูลค่าสินค้าจากคนนอกชุมชน เป็นต้น
5. สร้างโอกาสทางการลงทุน
การพัฒนา Digital Economy จะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุนรูปแบบใหม่ให้กับพื้นที่ ทั้งการเกิดขึ้นของธุรกิจดิจิทัล สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงอาชีพใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและเศรษฐกิจออนไลน์ เช่น การค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การตลาดออนไลน์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือบริการด้านข้อมูลและนวัตกรรมต่าง ๆ
เมื่อท้องถิ่นมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พร้อม มีข้อมูลที่เข้าถึงได้ และมีบริการภาครัฐที่สะดวกมากขึ้น ก็จะช่วยดึงดูดผู้ประกอบการและนักลงทุนให้เข้ามาดำเนินธุรกิจในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการจ้างงาน กระจายรายได้ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในระยะยาว

การเริ่มต้นพัฒนา Digital Economy หรือเศรษฐกิจดิจิทัล ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ใหม่ กระตุ้นการลงทุน และยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น ซึ่งเมื่อประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ธุรกิจเติบโตมากขึ้น ก็ย่อมทำให้ท้องถิ่นก็มีรายได้จากภาษีและค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นำไปสู่การพัฒนาบริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดที่ยังไม่รู้ว่าจะนำเทคโนโลยีแบบใดมาสนับสนุน Digital Economy ให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและวางแผนแม่บทการพัฒนาด้านดิจิทัลให้กับเมืองฟรี ได้ที่ Line : https://lin.ee/tX4NVx0 หรือ Inbox: https://www.facebook.com/BedrockAnalyticsTH