เตรียมเมืองให้พร้อมก่อนน้ำมา วางระบบรับอุทกภัยตั้งแต่ฤดูร้อน ด้วยเทคโนโลยีบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ

ฤดูร้อนอาจดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับอุทกภัย แต่สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ เพราะเป็นช่วงที่ระดับน้ำยังปกติ ไม่มีฝนตกหนัก และสามารถเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงได้สะดวก ทำให้การสำรวจ การติดตั้งอุปกรณ์ รวมถึงวางระบบต่าง ๆ ทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเผชิญข้อจำกัดจากสภาพอากาศหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
หลายท้องถิ่นจึงอาศัยช่วงนี้ทบทวนและอัปเดตข้อมูลสำคัญ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง การวางแผนเผชิญเหตุและซักซ้อมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น รวมถึงการสำรวจและปรับปรุงจุดเสี่ยง เช่น การขุดลอกคูคลอง หรือการติดตั้งแนวป้องกันน้ำในพื้นที่สำคัญ
ซึ่งการเตรียมรับมือกับอุทกภัยที่จะมาถึง ไม่ได้มีเพียงการวางแผน เตรียมงบประมาณและแรงคนเท่านั้น แต่ยังต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเข้าถึงได้ทันเวลา เบดร็อค อนาไลติกส์ จึงพัฒนา “เทคโนโลยีบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะแบบครบวงจร” ขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถวางแผนและบริหารจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ โดยช่วยสำรวจ รวบรวม และเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ประกอบด้วย 3 เครื่องมือสำคัญ ได้แก่
1. ติดตั้งระบบโทรมาตรและเซนเซอร์ IoT เพื่อเฝ้าระวังและติดตามระดับน้ำ
หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ควรดำเนินการในฤดูร้อน คือการติดตั้งระบบตรวจวัดและติดตามสถานการณ์น้ำให้ทุกอุปกรณ์พร้อมใช้งานก่อนฤดูฝนจะมาถึง ทำให้ท้องถิ่นมีข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และติดตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงที่มีความเสี่ยง ก็จะสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และมั่นใจ
โดยเบดร็อค อนาไลติกส์ จะช่วยติดตั้งระบบโทรมาตรอัจฉริยะและเซนเซอร์ IoT ตรวจวัดระดับน้ำในจุดเสี่ยง พื้นที่ต้นน้ำ และจุดสำคัญของท้องถิ่น รวมถึงเชื่อมต่อข้อมูลจากกล้อง CCTV เพื่อให้เห็นสถานการณ์จริงในพื้นที่ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลภัยพิบัติแบบอัตโนมัติ และแสดงผลผ่านแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ ทำให้ท้องถิ่นสามารถติดตามระดับน้ำและสถานการณ์ได้ตลอดเวลา พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มและคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อเตรียมแผนรับมือและแจ้งเตือนประชาชน

2. สำรวจพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าด้วย GIS โดรน และภาพดาวเทียม
ฤดูร้อนที่ไม่มีฝนตกหรือระดับน้ำในแหล่งน้ำสูง ทำให้สามารถเก็บข้อมูลภูมิประเทศและโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างครบถ้วนและแม่นยำ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนป้องกันและรับมือน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ
เบดร็อค อนาไลติกส์ จะใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสมัยใหม่ ทั้งระบบ GIS โดรน และภาพถ่ายดาวเทียม ในการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ของเมืองในทุกมิติ ตั้งแต่ความสูง ความลาดชัน ลำน้ำ ระบบระบายน้ำ รวมถึงสิ่งปลูกสร้าง โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเชื่อมเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลภัยพิบัติแบบอัตโนมัติ และแสดงผลเป็นแผนที่ดิจิทัลที่เข้าใจง่าย ทำให้ท้องถิ่นสามารถมองเห็นพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างชัดเจน วางแผนป้องกันได้ตรงจุด รวมถึงเตรียมแผนอพยพและจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม

3. รวมทุกข้อมูลไว้ในแพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลภัยพิบัติ เพื่อวางแผนและสั่งการได้ทันที
เมื่อท้องถิ่นรวมทุกข้อมูลไว้ที่ศูนย์กลางข้อมูลตั้งแต่ฤดูร้อน ก็จะสามารถเตรียมแผนเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และจัดสรรกำลังคนหรืออุปกรณ์ได้ล่วงหน้า ช่วยให้สามารถมองเห็นภาพรวม ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ภายในเทคโนโลยีบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะแบบครบวงจร จาก เบดร็อค อนาไลติกส์ จะมีแพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลภัยพิบัติ ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น ระดับน้ำจากโทรมาตร ภาพจาก CCTV แผนที่ดิจิทัล ประวัติการเกิดน้ำท่วม ข้อมูลประชาชน ครัวเรือน กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ สัตว์เลี้ยง รวมถึงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวม จัดระบบ และเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน แล้วแสดงผลผ่านแผนที่ดิจิทัลและรายงานเชิงลึกที่ดูง่ายในหน้าจอเดียว พร้อมระบบวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มความเสี่ยงน้ำท่วม ระบุตำแหน่งกลุ่มเปราะบาง วางแผนเฝ้าระวังและแจ้งเตือน รวมถึงการเตรียมแผนช่วยเหลือและฟื้นฟูล่วงหน้า

การเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยล่วงหน้า ด้วยเทคโนโลยีบริหารจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะแบบครบวงจร คือกุญแจสำคัญในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของเมือง เบดร็อค อนาไลติกส์ พร้อมช่วยท้องถิ่นของคุณสำรวจ รวบรวม และเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อการวิเคราะห์ความเสี่ยง วางแผน และจัดการภัยพิบัติได้อย่างมั่นใจ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่