เก็บภาษีท้องถิ่นยุคดิจิทัล ทำไม อปท. ต้องปรับตัว พร้อม 4 เทรนด์เทคโนโลยีภาษีห้ามพลาด

การมาถึงของเทคโนโลยีดิจิทัล ได้เปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจและพฤติกรรมของผู้คนอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การค้าขายออนไลน์ การใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์รูปแบบใหม่ ไปจนถึงการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กและร้านค้ารูปแบบใหม่ ๆ ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีป้าย มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนไป ข้อมูลทรัพย์สินมีจำนวนมาก รวมถึงหลักเกณฑ์การประเมินภาษีก็มีการปรับปรุงอยู่เสมอ ขณะเดียวกัน ประชาชนและผู้ประกอบการก็คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น จึงคาดหวังความโปร่งใส ความถูกต้อง และการให้บริการที่รวดเร็วจาก อปท. ทำให้เทคโนโลยีด้านภาษี (Tax Technology) กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ อปท. ไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป
ความท้าทายในการจัดเก็บภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ความท้าทายหลัก ๆ ที่ อปท. ต้องเผชิญในการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ และภาษีป้าย ไม่ว่าจะเป็น บุคลากรไม่สอดคล้องกับปริมาณงาน การประชาสัมพันธ์ไม่ชัดเจนและไม่ทั่วถึง กฎหมายและขั้นตอนมีความซับซ้อน การหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี รวมถึงขาดคลังข้อมูลด้านภาษีที่อัปเดต ถูกต้อง และครอบคลุม
ที่สำคัญคือการมาถึงของเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Disruption) ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีดิจิทัล หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้รูปแบบเศรษฐกิจ พฤติกรรมของมนุษย์ และการใช้พื้นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้ที่ดินมีความหลากหลายมากขึ้น และจำนวนป้ายโฆษณาหรือกิจกรรมทางการค้าก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้วิธีการจัดการและจัดเก็บภาษีแบบเดิม เช่น การสำรวจด้วยแรงคนเพียงอย่างเดียว หรือการจัดเก็บข้อมูลใน Excel อาจไม่เพียงพอที่จะรองรับปริมาณข้อมูลและความซับซ้อนของเศรษฐกิจยุคใหม่ เทคโนโลยีด้านภาษี (Tax Technology) สำหรับ อปท. จึงต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล การจัดการแผนที่ภาษี หรือการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อช่วยให้การสำรวจทรัพย์สิน การประเมินภาษี และการบริหารรายได้ของท้องถิ่นมีความแม่นยำ รวดเร็ว และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

4 เทรนด์เทคโนโลยีด้านภาษีที่ อปท. ห้ามพลาดใช้
จากความท้าทายในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีป้าย คงจะเห็นแล้วว่า อปท. จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีด้านภาษี ทั้ง เทคโนโลยีด้านการสำรวจ ระบบแผนที่ภาษี ระบบทะเบียนทรัพย์สิน ตลอดจนระบบการชำระภาษีและการตรวจสอบภาษี โดย 4 เทรนด์เทคโนโลยีด้านภาษีที่ อปท. ไม่ควรมองข้าม ได้แก่
1. การใช้ระบบอัตโนมัติป้อนและตรวจสอบข้อมูล
หนึ่งในความท้าทายหลักของงานคลังคือ การป้อนข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลจำนวนมากที่ต้องใช้เวลานานและมีโอกาสผิดพลาดสูง นำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยตั้งแต่การป้อนข้อมูล การจัดระเบียบข้อมูล และการตรวจสอบความถูกต้อง จะช่วยลดภาระงานซ้ำของเจ้าหน้าที่ ลดคาวมผิดพลาด และเพิ่มเวลาให้เจ้าหน้าที่ไปโฟกัสงานที่มีความซับซ้อนมากกว่า เช่น เทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) จากเบดร็อค อนาไลติกส์ ที่สามารถแปลงเอกสารหรือภาพให้เป็นข้อมูลดิจิทัลพร้อมใช้งานแบบอัตโนมัติได้ทันที
2. AI ผู้ช่วยวิเคราะห์
ปัจจุบัน การนำ AI มาช่วยงานภาษีของท้องถิ่น เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ว่าจะใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การตรวจจับความผิดปกติของข้อมูล การคำนวณและประเมินภาษีตามหลักเกณฑ์ ซึ่งจะช่วยให้การจัดเก็บภาษีมีความแม่นยำมากขึ้น และลดระยะเวลาในการทำงาน
แต่หลาย อปท. ยังมองว่าเหมาะกับ อปท. ขนาดกลางและใหญ่เท่านั้น ทั้งที่จริง ปัจจุบันเทคโนโลยี AI เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนที่สูงเสมอไป ตัวอย่างเช่น C-TAXPRO แพลตฟอร์มจัดเก็บและแสดงผลข้อมูลภาษีที่ดินฯ และภาษีป้าย ในราคาประหยัด ที่นำ AI มาประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลภาษีในทุกขั้นตอน
3. บริการภาษีดิจิทัล จบในคลิกเดียว
ผู้เสียภาษีในปัจจุบันคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้า จ่ายบิล หรือทำธุรกรรมทางการเงิน ดังนั้น การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เสียภาษี ด้วยการอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียภาษีสามารถใช้บริการด้านภาษีทางออนไลน์ในคลิกเดียวจบ ทั้งยื่นภาษี ชำระภาษี ติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ รวมถึงยื่นเอกสารและลายเซ็นดิจิทัล วิธีการนี้ไม่เพียงเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน แต่ยังลดภาระงานด้านการตอบคำถาม และลดการใช้กระดาษได้ด้วย อย่างเช่น แพลตฟอร์มภาษีอัจฉริยะ จากเบดร็อค อนาไลติกส์ ที่รองรับการยื่นภาษี การชำระ และติดตามสถานะทางออนไลน์แบบอัตโนมัติได้ในคลิกเดียว
4. ระบบเดียวครบวงจร
อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของหลาย อปท. คือการใช้หลายระบบแยกส่วน เช่น ระบบสำรวจ ระบบแผนที่ภาษี ระบบทะเบียนทรัพย์สิน ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ การเลือกใช้แพลตฟอร์มภาษีแบบครบวงจร ที่รวมและเชื่อมโยงทุกขั้นตอนแบบบูรณาการไว้ในระบบเดียว ตั้งแต่การสำรวจและจัดเก็บข้อมูล การสร้างแผนที่ภาษี การจัดทำทะเบียนทรัพย์สิน การประเมินและจัดเก็บภาษี ไปจนถึงการติดตามผล จึงช่วยลดงานซ้ำซ้อน ลดความผิดพลาดจากข้อมูลไม่ตรงกัน เพิ่มความแม่นยำในการประเมินภาษี และยังเห็นภาพรวมรายได้ของท้องถิ่นได้ชัดเจนขึ้น อย่างเช่น แพลตฟอร์มภาษีอัจฉริยะ โซลูชันบริหารจัดการภาษี สำหรับ อปท. ตั้งแต่การช่วยสำรวจ การบันทึกข้อมูล การสร้างแผนที่ภาษี และการจัดทำทะเบียนทรัพย์สิน ไปจนถึงการชำระ และการติดตามผล

การนำเทคโนโลยีด้านภาษีเข้ามาใช้ในการจัดเก็บภาษี ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนและลดภาระงานของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่คือการสร้างระบบจัดเก็บภาษีที่ดินฯ และภาษีป้าย ที่แม่นยำ โปร่งใส และยั่งยืน มาเริ่มต้นด้วยการใช้โซลูชัน C-TAXPRO และแพลตฟอร์มภาษีอัจฉริยะ ตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้ อปท. สูญเสียโอกาสในการเพิ่มรายได้ และบริหารรายได้ได้อย่างเต็มศักยภาพในโลกยุคดิจิทัล
ขอบคุณข้อมูล:
https://tax.thomsonreuters.com/blog/top-4-tax-technology-trends-for-2026-and-beyond/
